เกิดแต่จม
ชเนษฎ์ ศรีสุโข bloggla.com
หมายเหตุ ฉบับ Censored แล้ว, กระนั้นผู้อายุต่ำกว่า 20ปี ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองก่อนอ่าน
*ตีพิมพ์ในนิตยสาร demo-crazy.com ฉบับ 20 และได้ปรับปรุงลงหนังสือ “จากพี่…สู่น้อง” ของเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่ ใส่ใจ ใฝ่รู้ สู่การสร้างสรรค์สังคม
(1)
เขาบอกว่าคนเกิดวันพุธตอนกลางคืน เป็นคนดวงแรง…
ผมเกิดวันพุธ เวลา 20:37น ผ่าคลอด… ลูกคนแรกของแพทย์ประจำบ้านสูตินรีเวชปี2 มีภาวะด้อยพัฒนาในครรภ์ (Intrauterine growth retardation) เกิดมาหัวโต ตัวเล็ก ตัวเหลืองเข้าตู้อบ ตอนนั้น คุณพ่อแพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์น้อยใจเพื่อนมากที่ไม่ยอมแลกเวรให้มาดูหน้าลูกตอนคลอด
ในชีวิตผม มีเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย หรือเกือบตายอยู่พอประมาณ ทั้งเรื่องเจ็บป่วยหลายครั้งหรือโดนผ่าตัด ข่มขู่หรือโดนทำร้าย เข้าไปพัวพันกับสถานการณ์หลายอย่างที่พอเล่าแล้วคนอาจไม่เชื่อ หาว่าบ้า(อาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งที่โชคดีว่าท่านไม่ใช่จิตแพทย์ เคยถามผมว่ามีอาการหูแว่วประสาทหลอนหรือไม่ ผมก็คงยืนยันว่าปกติดี มีแต่เคยเป็นโรคหูดับบ้างเท่านั้น) เหตุการณ์หลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับสิ่งสำคัญๆ เกี่ยวกับผู้ใหญ่ในประเทศ มักจะถูกเชื่อได้ยากเสมอ
อย่างไรก็ตาม ผมไม่เชื่อเรื่องดวงแรงสักเท่าไร และภูมิใจที่ผ่านมาได้ทำหลายอย่างเพื่อประโยชน์คนอื่น แม้จะเสี่ยงบ้างก็ตาม บางครั้งไปขัดประโยชน์จนต้องรบกวนผู้ใหญ่ดีดีมาเคลียร์ให้ ก่อนเกือบถูกไล่ออก เป็นต้น
(2)
เหตุการณ์ที่พบอีกครั้งหนึ่งนี้ เป็นตัวอย่างกรณีผู้ป่วยที่หาโอกาสพบได้ยาก
ผมเป็นคนที่เวลาอยู่เวรแล้วชอบมีงานเข้า… กล่าวคือผู้ป่วยมากันจำนวนมากครับ
เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ได้อยู่เวรนรีเวช ห้องฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง รับ consult ผู้ป่วยนรีเวช 9 ราย
ความหลากหลาย มีตั้งแต่ท้องนอกมดลูกบริเวณแถวปีกมดลูกแตก เลือดออกในท้อง ผู้ป่วยช็อก ชีพจรเบา ความดันโลหิตตกต่ำ ส่งตัวมาผ่าตัดด่วน ขอเข้าไปช่วยผ่าตัดมือสี่ เปิดท้องเข้าไปเลือดท่วม 3 ลิตร พี่แพทย์ประจำบ้านคนผ่าตัดฝีมือเยี่ยมช่วยชีวิตผู้ป่วยสำเร็จ…
ได้ช่วยพี่ขูดมดลูกฉุกเฉินผู้ป่วยอีกรายที่มาด้วยเรื่องเด็กเสียชีวิตในครรภ์ และแท้งไม่สมบูรณ์ (หลุดออกมาไม่ครบ) และที่เหลือส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องแท้งทั้งสิ้น
ความตกใจเกิดขึ้นเมื่อ เช้าวันนั้น ก่อนจะลงเวร (7:30น) ซึ่งปกติเป็นเวลาที่ไม่น่าจะมีผู้ป่วย หรือพยาบาลมักไม่ตาม พี่พยาบาลห้องฉุกเฉินได้โทรตามตัวผมขณะราวน์คนไข้บนวอร์ดอยู่ ในฐานะนักศึกษาแพทย์ปี6 ซึ่งเป็นผู้น้อยสุดก็ต้องมาดูผู้ป่วยก่อนใครเพื่อน
พบผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 26ปี อาชีพขายของ บอกมีสามี (33ปี) จดทะเบียนสมรส ขายของด้วยกัน ผู้ป่วยรูปร่างผอม ทำหน้าตานิ่งๆ มีลูกแล้วสองคน คนเล็ก4ขวบ เคยแท้งหนึ่งครั้ง ครั้งนี้มาด้วยอาการปวดท้อง เลือดออกทางช่องคลอด ให้ประวัติประจำเดือนขาดไปเป็นปี ตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์ ถามว่าเคยตรวจเองก่อนหน้านี้หรือไม่ ผู้ป่วยบอกไม่เคย ถามว่าลูกดิ้นหรือเปล่า บอกว่าดิ้นมาได้เดือนสองเดือนแล้ว(แสดงว่าเด็กน่าจะโตแล้วเหมือนกัน 5-6เดือน) อยากได้ลูกไหม บอกว่าอยากได้ลูก แต่ไม่มีประวัติฝากครรภ์(ฝากครรภ์ คือเมื่อตั้งครรภ์ สตรีมีครรภ์ไปพบแพทย์ เพื่อการติดตามทั้งแม่และเด็กดูแลให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่น ตลอดจนถึงการคลอด) ซึ่งน่าแปลกใจ สมัยตั้งครรภ์ลูกสองคนก่อนก็เข้าฝากครรภ์
ผู้ป่วยมาถึง ผมเดินมาซักประวัติได้สักพัก เห็นปวดท้องมาก เลยพาไปห้องตรวจภายใน โทรตามพี่แพทย์ประจำบ้าน ระหว่างรอนั้น กำลังให้เธอขึ้นเตียงตรวจ ยังไม่ได้คลำท้อง แต่ดูหน้าท้องไม่ใหญ่นัก เธอบอกเธอปวดปัสสาวะมาก ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งไปไหน ถ้าจะมีอะไรออกมาก็ให้ออกบนเตียงตรวจก็ได้ เธอไม่ยอม เธอบ่นเซ้าซี้สี่ห้าครั้ง รั้งไม่ไหวจึงปล่อยให้เธอไปห้องน้ำ ในใจผมก็กลัวเช่นกัน เลยบอกผู้ป่วยว่าหากมีอะไรหลุดออกมาอย่าเพิ่งกดลงชักโครก รอหมอไปดูก่อน ยืนรอหน้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงชักโครก เลยตะโกนถามว่ามีอะไรออกมาแล้วอย่าเพิ่งกด ผู้ป่วยก็เงียบไป
เผอิญพี่แพทย์ประจำบ้านมาพอดี เลยเดินไปรายงานประวัติคร่าวๆ บอกว่าผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำ แต่กลัวแท้งในห้องน้ำ เลยพากันกับพี่แพทย์ประจำบ้านไปยืนรอหน้าห้องน้ำ ตะโกนบอก พูดคุยกับผู้ป่วย เธอไม่ตอบ เงียบ ผมเริ่มคุยกับพี่แพทย์ประจำบ้านว่าคนไข้เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเชื่อหมอ เวลามีอะไรหลุดชอบกดชักโครกทิ้ง ทั้งที่เอามาจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยได้มากกว่า
สักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็มาถึง เสียงชักโครกตูม ตูม โคร่ก โคร่ก อยู่หลายครั้ง พร้อมน้ำราดชักโครกตลอดเวลา จนน้ำไหลตามพื้นออกมานอกห้องน้ำพร้อมเลือดสีแดงนองพื้น ผมแปลกใจ ตะโกนห้ามกันใหญ่พร้อมเคาะประตู
และแล้ว… เธอก็ออกมา เลือดเปื้อนเต็มผ้าถุงขาวๆ เลือดออกจากช่องคลอดไม่หยุด ด้วยความเนียน เธอบอกว่ามีอะไรหลุดออกมาไม่รู้
ผมและพี่แพทย์ประจำบ้านเดินเข้าไปให้ห้องน้ำ สิ่งที่เห็นซึ่งไม่เคยคิดก่อนว่าจะได้เห็น คือเด็กน้อยตัวเป็นๆหัวทิ่มก้นโผล่ พร้อมรกครบ ทุกอย่างจมน้ำอยู่ ที่ตกใจมากเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยจะตัวใหญ่แล้ว รีบเอาเด็กขึ้นมา แม่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง บอกนึกว่าเป็นอุจจาระ…
(3)
เธอผู้เป็นแม่ ยังถามว่า “ลูกหนูเป็นอย่างไรบ้าง”
เด็กเกิดใหม่หนัก 1500 กรัม พร้อมรกครบ นอนเขียวทั้งตัว ไม่หายใจ หัวใจไม่เต้น มีกล้ามเนื้อกระตุกบ้างนานๆครั้ง เป็นภาพน่าเวทนายิ่งนัก ประเมินอายุครรภ์ 7-8เดือนได้แล้ว ถ้าไม่เพราะถูกกดน้ำ ก็คงยังสามารถช่วยชีวิตได้ ในกรณีเด็ก 7-8 เดือน เช่นนี้ ไม่เรียกแท้งล่ะครับ เรียกลูกตาย พี่วินิจฉัย Neonatal death
สาเหตุการตาย จมน้ำเวลาประมาณ 5 นาที…
ผู้ป่วยยังร้องขอไม่ให้บอกแฟน…
คิดในแง่ดี จะเป็นไปได้ไหมว่าลูกออกจากช่องคลอดแล้วแม่ไม่รู้ เข้าใจว่าเป็นอุจจาระ เผลอกดน้ำจนเมื่อกดไม่ลงแล้วจึงให้หมอเข้าไปดู?
เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆแล้วแม่ต้องการบุตรตามที่อ้าง ไม่ได้ไปเหนี่ยวนำหรือไปทำแท้งใดใดมาก่อน
เป็นไปได้ไหมว่าแม่สภาพจิตใจไม่ปกติ เลยก่อการเช่นนี้
ผมคงได้แต่นั่งคิดอยู่ในใจ แม้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมามาก แต่ครั้งนี้ทำเอาผวา สลด ไม่คิดเลยผู้ป่วย-คุณแม่จะทำได้ลง…
(4)
โดยปกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ คนเรามักปฏิเสธความจริงก่อน (Denial) บางทีอาจโยนความผิดให้สิ่งรอบกาย Extrojection [เคยเขียนแล้วเรื่อง Grief reaction www.demo-crazy.comฉบับพิเศษ(12)]
คนเจ็บป่วยอาจโทษเวรกรรม คนประสบอุบัติเหตุมักโทษคู่กรณี นักฟุตบอลแพ้โทษกรรมการ โทษผู้เล่นด้วยกัน
แต่สำหรับผม คงต้องย้อนมองความผิดตนเองในครั้งนี้ ทบทวนว่าผมไม่ควรปล่อยเธอไปห้องน้ำเลย…
กล้า แรงมากกอะ..
เท่าที่เป็นอยู่นี้กล้าก้อดีมากๆแล้ว ถึงไม่จบแบบนี้ มันก้อจบไม่ดีในแบบอื่นแทนน่ะแหละ.. อาจแย่กว่านี้มากด้วยซ้ำ เช่นลูกโตมาขาดการเลี้ยงด้วยรัก/การอบรม เป็นโจ๊กกะจิ๊บ.. อะไรอย่างงั้น