ยุวัน อนุมานราชธน, อาจารย์แพทย์, บรมครู, สูตินรีแพทย์
ยุวัน อนุมานราชธน, อาจารย์แพทย์, บรมครู, สูตินรีแพทย์
ศ.พญ.ยุวัน อนุมานราชธน
ชเนษฎ์ ศรีสุโข (chanesd@gmail.com)
ศ.พญ.ยุวัน อนุมานราชธน เป็นบุตรคนสุดท้องของ พระยาอนุมานราชธน หรือผู้ที่คิดค้นพยัญชนะไทย 44 ตัว และแบบเรียน ก. ไก่ ที่สืบใช้กันมาถึงปัจจุบัน…
ประวัติของ พระยาอนุมานราชธน สามารถหาอ่านได้ ตามสื่อออนไลน์ และ wikipedia
อ.ยุวัน ท่านเป็นอาจารย์สูติ-นรีแพทย์ ที่ทำคลอดผมออกมาลืมตาดูโลก วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2530 เวลา 20:37 น
อาจารย์จบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จาก ศิริราชฯ รุ่น 64 (จบในปี พ.ศ.2501-2502 ซึ่งเป็นปีที่พ่อและแม่ของผมเกิด) เป็นรุ่นพี่สถาบันของคุณพ่อ ถึง 23 ปี
คุณแม่เล่าว่า อ.ยุวัน ท่านเป็นคนเสียงดัง เจ้าระเบียบ แต่ใจดี สมัยแม่เป็นแพทย์ประจำบ้าน (ก็คือกำลังเรียนต่อเฉพาะทางทางการแพทย์) ด้านสูติ-นรีเวชกรรม อาจารย์ให้ความเมตตาคุณแม่มาก
อาจารย์จึงเป็นผู้ผ่าตัดคลอดผมออกมา และตั้งชื่อจริงให้ว่า “ชเนษฎ์” แปลว่า ผู้อันเป็นที่รัก ในขณะที่ชื่อเล่นว่า “กล้า” นั้น คุณพ่อคุณแม่เป็นคนตั้ง หมายถึง ต้นกล้าที่จะเจริญงอกงามได้ในทุกสภาพแวดล้อม
อาจารย์ยังเป็นคนตั้งชื่อให้แก่น้องชายทั้งสองอีกด้วย และเป็นผู้ทำคลอด กลาง (น้องคนกลาง)…
หลายปีก่อน (ปี พ.ศ. 2549) คุณพ่อคุณแม่ พาผมไปเยี่ยมอาจารย์ อาจารย์มีบ้านอยู่เชียงใหม่ อยู่อย่างสมถะ และไม่ได้แต่งงาน
บัดนี้ (มีนาคม 2555) อาจารย์กำลังป่วยหนัก อยู่ภายใต้การดูแลของลูกศิษย์รัก หลายท่าน และเพื่อน ที่ จังหวัดเชียงใหม่
จึงกราบขออำนาจคุณงามความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้ช่วยคุ้มครอง และรักษาอาจารย์ให้ดีขึ้น และไม่มีความทุกข์ทรมาน
ในโอกาสนี้ มานั่งค้นบทความเก่าๆที่เกี่ยวข้องกับวันเกิดผม ได้เจอบทความที่คุณแม่เขียนไว้ช่วง กรกฎาคม พ.ศ.2548 จึงอยากลงไว้ ณ ที่นี้
“ลูกหมอ”
พญ.ชัญวลี ศรีสุโข(chanwalee@srisukho.com)
ฉันว่าแม้ฉันและสามีจะเป็นหมอ แต่เมื่อมีลูกเราก็เหมือนคนไร้ความรู้ ตอนลูกเล็กๆเราเหมือนเป็นพ่อแม่ที่เซ่อๆซ่าๆ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก ตอนลูกอายุได้1เดือน ฉันสังเกตว่าลูกหายใจเสียงดังมากคล้ายหอบ กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร จึงอุ้มลูกไปหาอาจารย์กุมารแพทย์ที่อยู่แถวฝั่งธนฯ หาคลินิกอาจารย์ก็ไม่เจอ เห็นคลินิกแห่งหนึ่งชื่อคลินิกเหมือนชื่ออาจารย์ก็พาลูกเข้าไป กลายเป็นร้านทำฟันแบบหมอจีนโบราณ กว่าจะหาคลินิกอาจารย์เจอ ก็เหงื่อแตกทั้งพ่อและแม่ คลินิกอาจารย์เป็นคลินิกเก่าๆ อาจารย์นุ่งเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น กับกางเกงขาสั้นตรวจคนไข้ โดยภรรยาอาจารย์ซึ่งเป็นเภสัชกรคอยปรุงยาตามอาจารย์สั่ง เมื่อไปถึงเห็นคนไข้อาจารย์นั่งรอเต็ม ลูกหายใจดังมากฉันยิ่งกระสับกระส่าย คนที่นั่งรออยู่ใจดีอนุญาตให้ลัดคิว พออาจารย์ตรวจอาจารย์บอกว่า ห้ามทาวิกส์ วาเป็ก หรือน้ำมันยูคาลิปตัสให้ลูก เพราะเด็กยังเล็กหลอดลมอ่อน เขาแพ้กลิ่นหอมระเหย แล้วอาจารย์ก็ให้ภรรยาปรุงยาให้ โดยไม่คิดเงิน หลังจากหยุดการใช้น้ำมันหอมระเหย ลูกก็หายใจเป็นปกติ
ลูกคนที่เล่าคือคนโต ปัจจุบันอายุ19แล้ว ชีวิตที่วุ่นวายของฉันทำให้ฉันลืมวันเกิดที่ผ่านมาของเขาสนิท มารู้ตัวก็เมื่อเขาส่งข้อความมาให้ ข้อความที่เขาส่งมาเขาเขียนว่า
“วันนี้เป็นวันสำคัญ…
ในวันนี้ เมื่อ19ปีก่อน…
เสียงร้องของผู้หญิงคนหนึ่งดังแว่วเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจของผู้ชายอีกคนหนึ่ง…
หมอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์ประจำบ้าน กำลังวิ่งวุ่น ขอแลกเวรกับเพื่อนหมอด้วยกัน แต่ไม่สามารถแลกเวรได้ ชายคนนี้ดูเร่งรีบเป็นอย่างมาก ท่ามกลางความเจ็บปวดของคู่ชีวิต
ผู้หญิงคนหนึ่งท้องแข็งเกร็ง หลังจากน้ำคร่ำแตกและมีเลือดสดๆไหลออกมา ทั้งที่ลูกยังไม่ครบกำหนดคลอด ต้องเข้าห้องผ่าตัดโดยด่วน แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด – อ.ยุวัน อนุมานราชธน ในขณะนั้น เป็นอาจารย์ของหมอทั้งสองคนนี้ ได้เป็นผู้ทำคลอดให้ การผ่าตัดคลอดเต็มไปด้วยความยากลำบากเพราะว่าหมอผู้หญิงที่ถูกทำคลอดอยู่ ตัวเล็ก เสียเลือดมาก…
ขณะที่กำลังวุ่นวายในห้องผ่าตัด หมอผู้หญิงเพิ่งรู้สึกถึงความเจ็บปวดครั้งที่รุนแรงที่สุดในชีวิต ในใจคิดแต่ว่า “ลูกคนแรกของฉัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดใดในโลก พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ขอให้ลูกฉันรอดด้วยเถอะ ไม่ว่าฉันจะต้องตายไปก็ตาม”
หมอผู้ชายอีกคน คู่ชีวิต สุดท้ายต้องอยู่เวรต่อไป จึงวิ่งไปวิ่งมา ด้วยความรัก และความเป็นห่วงด้วยความเหนื่อยยาก ลำบาก
เวลา 20:37 น .>>>เสียง “อุแว้” ดังครั้งแรก เด็กคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น คุณหมอผู้ชายรีบวิ่งเข้ามา เหงื่อโทรมกาย และได้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งได้บังเกิดขึ้นมาบนโลก
ตากลมโต ตัวผอมแฟบ เป็นเด็กขาดอาหารอย่างรุนแรง ต้องรีบนำเข้าตู้อบโดยด่วน
หมอผู้ชายมองดูลูกตัวเอง น้ำตาคลอด้วยความสงสารลูก… นี่คือลูกของเรา
คนเป็นแม่เข้าห้องพักฟื้น เจ็บแผลอย่างรุนแรง ฝันร้ายต่างๆมากมายเห็นภาพหลอน อันเนื่องมาจากการขาดเลือด มีเงามืดหลายเงา มากดทับที่ตัวของหมอผู้หญิง จนแทบทนไม่ไหว
ในท้ายที่สุด ก็ฟื้นตื่นขึ้นมาสู่โลกปัจจุบัน สิ่งแรกที่คิด ลูกของฉันล่ะ
เมื่อเห็นหน้าลูก… คนที่ต้องอุ้มท้องมาเจ็ดแปดเดือน น้ำตาไหลอาบใบหน้า”โถ…ลูกรักของแม่”
วันนี้… เมื่อ19 ปีที่แล้ว เป็นวันที่คนคนหนึ่งต้องทนเจ็บแสนสาหัส คนอีกคนต้องทนทุกข์ยากลำบาก เหนื่อยโทรมขนาดหนัก เพื่อได้กำเนิดชีวิตใหม่ขึ้นมา
ข้าพเจ้าขอขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ซึ่งได้ให้กำเนิดข้าพเจ้ามาท่ามกลางความเจ็บปวด ความทรมาน
จากต้นทุนที่ติดลบ ค่อยๆสร้างสม สร้างครอบครัวขึ้นมา
คุณพ่อ คุณแม่ ได้ให้ความรัก ให้เวลา ให้ความเข้าใจ สั่งสอน ข้าพเจ้ามาตลอด 19 ปี จนข้าพเจ้าได้เป็นผู้เป็นคนจนถึงทุกวันนี้
จนถึงวันนี้ ความรักที่มีต่อลูกนั้น ก็ไม่มีวันลดลง กลับเพิ่มมากขึ้น เพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าลูกจะประสบปัญหาใดใด ที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ ก็คือพวกท่าน
ให้ชีวิต และให้จิตวิญญาณ ความเป็นคนที่ดี แก่ข้าพเจ้า
สิ่งที่ข้าพเจ้าจะตอบแทนได้ คงไม่มีอะไรมากไปกว่า ความตั้งใจ…
ตั้งใจ มุมานะ และขยัน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต
มีความรัก ความเมตตา คิดในสิ่งดีงาม ต่อตนเอง และผู้อื่น…ฯลฯ “
ลูกชายยังเขียนอะไรมากกว่านี้ แต่ขอยกมาเท่านี้…
คุณผู้อ่านที่เป็นพ่อคนแม่คน ก็คงรู้สึกเหมือนฉันที่ว่า ความดีใจใดๆจะเท่ากับความดีใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ได้เฝ้ามอง และได้เห็นความเติบโตทั้งร่างกายและความคิดของลูก…ไม่มีอีกแล้ว¨
คุณหมอเสียแล้วนะคะ เมื่อเย็นวันนี้ พอดีพี่เสิร์ชหาเรื่องของคุณป้าเพื่ออ่าน ก็เจอ blog ของน้องพอดี ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆสมัยคุณป้ายังแข็งแรงค่ะ